วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558

จะตรวจสอบได้ประการใดว่า iPhone ที่จ่ายเงินมานั้น เป็นเครื่องศูนย์แหลมทอง หรือเครื่องหิ้ว (เครื่องนอก)?

     เพราะช่องทางการซื้อ iPhone มาใช้งานนั้น นอกจากจะเชี่ยวชาญสั่งซื้อแบบออนไลน์ข้าม Apple Online Store หรือไม่ลอดผู้ให้บริการเครือข่ายในไทยแล้ว
     การซื้อ iPhone จากตัวแทนจัดจำหน่ายทั่วไป ก็ถือว่า เป็นอีกทางเละบือกหนึ่ง เพราะว่าเฉพาะ ร้านตู้ ที่หลายๆ คนมองว่า มีสนนราคาที่ถูกกว่า พร้อมด้วยสมรรถหาซื้อ ไอโฟนมือสอง มาใช้งานได้ แต่ในบางครั้ง อาจจะโดนย้อมแมวด้วยการนำ เครื่องนอก มาขายให้แทน
     ซึ่งจะถือว่า มีปัญหาในด้านการเคลมอย่างแน่นอนครับ เพราะ iPhone นั้น จะรับประกันตามประเทศที่ซื้อมา ต่างจาก iPad, iPod, Mac และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่รับประกันแบบ World Wide
     พร้อมทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จักต้องทำการตรวจสอบก่อนว่า iPhone ที่ซื้อมานั้น เป็นโมเดลของประเทศไทยหรือไม่ ด้วยการตรวจสอบจากเลข IMEI นั่นเอง โดยวิธีการค้นหาเลข IMEI บน iPhone เชี่ยวชาญทำได้ 2 แบบด้วยกัน
โดยวิธีแรก ให้เข้าไปที่ Settings > General > About > IMEI
ส่วนวิธีที่สองก็คือ กดหมายเลข *#06# ก็จักมีเลข IMEI ปรากฏขึ้นมาเช่นกัน
     ขณะได้เลข IMEI แล้ว ให้นำเลขดังกล่าว ไปตรวจสอบได้ที่ http://iphoneimei.info ซึ่งด้านในจักมีข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับ iPhone รุ่นนี้ ทั้ง Serial Number, ประเทศที่ซื้อ, วันหมดประกัน กับสถานะการ Unlock ครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ตรึงโทรศัพท์มือถือ...ก็อยากจบนะเฉพาะจะทำอย่างไรดี..?

     ผู้คนช่วงเวลานี้มักตั๋วแลกเงินมือถือทุกๆ 5 หรือไม่ 10 นาที โดยไม่รู้ตัว หรือว่าควบคุมตัวเองไม่ให้ทำแบบนั้นได้ยากเข็ญ เพราะว่าที่เราไม่รู้สึกตัวเองเลยว่าเริ่มมีพฤติกรรมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร กลับรู้ตัวอีกทีเราก็เอาแต่รูดหน้าจอเกือบเป็นประจำ
     หลายๆ คนอาจจักรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร เพราะว่ามันทำให้เราไม่เป็นได้โฟกัสกับเรื่องที่ยิ่งใหญ่ได้นานๆ พร้อมกับเป็นไปได้ตามมาด้วยความเครียด
     Frances Booth ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการใช้ชีวะในสมัยดิจิทัล บ่งชี้ว่ามีหลายๆ ตัวการที่ทำให้เราต่อสันดานติดการเช็คมือถือบ่อยๆ ขึ้นมา เป็นต้นว่า ความกลัวที่จะพลาดข่าวสาร ตามโลกไม่ทันการ ซึ่งเป็นท่าที่ฝรั่งเรียกกันว่า Fear of Missing Out (FOMO) ซึ่งเป็นความคาดคิดพร้อมด้วยความคาดคั้นที่เราคิดค้นขึ้นมาเอง จนกลายเป็นว่าเราต้องตั๋วสัญญาใช้เงินที่ถืออัตโนมัติ
     นิสัยแบบนี้ก็ถ่ายแบบกับอุปนิสัยอื่นๆ เมื่อเนรมิตขึ้นมาได้ก็ย่อมทำให้เลือนได้ ซึ่งต้องจัดการกับสมองของเราเอง ตัดความเชื่อมระหว่างพระราชดำริพร้อมทั้งการชำระคืนอินเทอร์เน็ตออกจากกัน
     คำถามคือ จากนั้นต้องใช้เวลานานแค่ไหน กระทั่งที่เราจะทำสันดานใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมขึ้นมาได้ คำตอบคือมันต้องอาศัยความต่อเนื่องของนิสัยใหม่ๆ จนกลายเป็นความเคยชิน พร้อมทั้งมันกลายเป็นนิสัยประจำตัวที่ขึ้นมารับช่วง
     จากงานศึกษาวิจัยที่เกี่ยวโยง ชี้ตัวว่าจักต้องใช้หน 66 วันในการสร้างลักษณะพิเศษใหม่ๆ แต่กลับมันก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย และหลายๆ สถานการณ์ แต่โดยเฉลี่ยแล้วก็คือ 66 วัน
     นักวิจัยบอกว่าการทำลายนิสัยเดิมๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงแม้ว่าคุณจะมีความต้องการอย่างแรงกล้าขนาดไหน และถ้าคุณยิ่งไม่แน่ใจว่าจะทำมันได้หรือเปล่า คุณก็ยิ่งอยู่ห่างไกลจากคำว่า สำเร็จ มากขึ้นไปอีก
     เพราะฉะนั้นอย่าได้แปลกใจที่ต้องมีเคล็ดลับมากขึ้นอีกนิดหากอยากจะเลิกพฤติกรรมเช็คมือถือตลอดเวลา สิ่งที่ต้องมีก็คือ ความมั่นใจ ว่าคุณอยากจะเลิกพฤติกรรมนี้จริงๆ
     งานวิจัยอีกงานระบุว่า เมื่อเทียบกับปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ แล้ว สื่อ คือแรงกระตุ้นที่ปฏิเสธได้ยากกว่า ไม่น่าแปลกใจที่มันจะต้องใช้ความพยายามมากขึ้นอีกนิด และทำให้มันค่อยเป็นค่อยไป
นี่คือขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณควรทำ หากอยากเลิกนิสัยติดมือถือ
     -เริ่มต้นด้วยการวัดผล เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าจริงๆ แล้วคุณเช็คมือถือบ่อยแค่ไหน แพลทฟอร์มอะไรที่คุณใช้มากที่สุด และนับเป็นรายชั่วโมง ลองจดบันทึกสิ่งเหล่านี้ แล้วสรุปออกมาว่าในแต่ละวันคุณหยิบมือถือขึ้นมาดูบ่อยแค่ไหน
     -ลองตั้งค่าการใช้งานโซเชียลมีเดียและอีเมลให้ต้องกรอก Username และ Password ทุกครั้งที่เข้าใช้งาน เพื่อไม่ให้คุณเข้าถึงมันได้ง่ายๆ แบบอัตโนมัติทุกครั้ง
     -ลองสังเกตดูว่าคุณพิมพ์รหัสผ่านได้เร็วแค่ไหน แล้วพยายามทำให้มันช้าลง ทำอย่างมีสติและรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณอยากจะ Log in จริงๆ ไม่ใช่ทำไปเพราะความเคยชิน
     -หยุดคิด 1 จังหวะเมื่ออยากจะ Log in เช่น ก่อนที่นิ้วมือของคุณแตะลงไปบนไอค่อน หรือก่อนที่มือของคุณจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา อย่างน้อยก็คิดดีๆ ว่าจำเป็นที่จะต้องทำตอนนี้ เดี๋ยวนี้ จริงเหรือเปล่า
     -สำหรับคนที่อยากใช้วิธีหักดิบ ลองวางมือถือทิ้งไว้ให้ไกลๆ ตัว หรือวางไว้ในลิ้นชักหรือห้องอื่นๆ ที่คุณไม่ได้อยู่เป็นประจำ
     การสร้างนิสัยใหม่ต้องใช้พลังใจมากพอสมควร แต่มันจะกลายเป็นอุปนิสัยใหม่ๆ ได้ในที่สุด โดยที่คุณจะทำมันได้ทันทีแบบไม่ต้องคิด เหมือนๆ กับที่ตอนนี้คุณเช็คมือถือโดยไม่ต้องคิด
     ที่สำคัญที่สุดคือ การตัดนิสัยเช็คมือถือบ่อยๆ โดยไม่จำเป็นออกไป จะทำให้คุณสร้างผลงานดีๆ ได้อีกมาก และใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลยิ่งขึ้น
     นอกจากนี้ โดยส่วนตัวแล้วยังเชื่อว่า ทุกวันนี้เราสนใจเรื่องของคนอื่นมากเกินไป จนโฟกัสกับตัวเองน้อยลง และพัฒนาตัวเองได้อย่างเชื่องช้า การตัดขาดโลกออนไลน์ซะบ้างน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตมากกว่า

VAIO หวนแล้ว ! เริ่มโน๊ตบุ๊คแล็ปท็อป Z ซีรีส์ แบบไฮบริด

ถือเป็นการเริ่มทำต้นศักราชใหม่ของแบรนด์ VAIO ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ร่มเงาของ Sony อีกรองลงไป ภายหลังถูกขายต่อให้กับกลุ่มกองทุนรวมของญี่ปุ่น พร้อมด้วยล่าสุดได้โหมโรงคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปสองรุ่นใหม่ VAIO Z พร้อมด้วย VAIO Z Canvas
ขึ้นต้นกันที่ VAIO Z ได้รับฉายาว่า Monster PC มีหน้าจอแสดงผลขนาด 13.3 นิ้ว มีรุ่นที่ใช้ชิป Intel Core i5 พร้อมทั้งรุ่นที่ใช้ Intel Core i7, บอดี้ใช้อลูมิเนียมคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ น้ำหนัก 1.34 กิโลกรัม ตัวเครื่องมีความหนา 16.8 มิลลิเมตร มีโหมด multiflip ที่่ช่วยพับหน้าจอจากแล็ปท็อปให้กลายเป็นแท็บเล็ตได้ ชาร์จหนึ่งครั้งเก่งใช้งานได้นานสูงสุด 15.5 ชั่วโมง มูลค่าโหมโรงอยู่ที่ 190,000 เยน ไม่ก็เกือบๆ 52,000 บาท
ซีรีส์ถัดมาเป็น VAIO Z Canvas ได้รับฉายาว่า Monster Tablet หน้าจอขนาด 12.7 ความละเอียดการแสดงผล 2,560 x 1,704 พิกเซล ให้โทนสี Adobe RGB ถึง 95% ใช้ชิป Intel Core i7, SSD 256GB ศักยถอดแป้นพิมพ์ได้ ทำให้เปลี่ยนรูปแบบการใช้งานจากแล็ปท็อปให้กลายเป็นแท็บเล็ต พร้อมการใช้งานร่วมกับสไตลัสได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังไม่มีการเปิดปริปากสนนราคาออกมาในเวลานี้
เจ้าโน๊ตบุ๊ค VAIO Z โหมโรงเปิดจองในประเทศญี่ปุ่นแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วน VAIO Z Canvas อาจต้องรอจนถึงเดือนพฤษภาคม ส่วนจะขยายการวางจำหน่ายออกนอกญี่ปุ่นด้วยหรือไม่ไม่ยังมีข้อมูลในเวลานี้ครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

3 เทคโนโลยี ที่จะเปลี่ยนแปลงการเห็นในปี 2015

เรื่องราวของเทคโนโลยี 2014 หลายอย่างโหมโรงลงตัวพร้อมด้วยเป็นรูปร่างมากขึ้น เพราะว่าเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล แม้อาจจักดูว่ายังห่างไกลความเป็นแน่แท้ แต่สิ่งที่เห็นนั้น อาจกลายเป็นต้นแบบแนวคิดของเครื่องมือหรือไม่อุปกรณ์บางอย่างที่เข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้น
รวมถึงหลายคนอาจกำลังใช้งานอยู่แบบไม่ทันรู้ตัวก็ได้ ส่วนจักมีเทคโนโลยีใดบ้างนั้น ก็คงต้องมาดูกัน เรียกว่าอุ่นเครื่องก่อนไปพบสิ่งใหม่ๆ กันใน CES 2015 ที่จะถึงนี้
Apple Watch เป็นอุปกรณ์ในแบบ Wearable ที่เรียกเสียงฮือฮาให้กับคนที่คอยติดตามในช่วงปีที่เปลี่ยนมาได้อย่างมากมาย เพราะเฉพาะจนกระทั่งมีการเดโมข้ามทางกราฟฟิกในงานโหมโรง iPhone 6 นั้น ทำให้หลายคนแทบจะควักเงินซื้อกันเลยทีเดียว
ด้วยความหลากหลายของฟังก์ชั่นด้วยกันการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Apple ที่ทำให้หลายคนมองว่าไม่ใช่แค่นาฬิกาไม่ก็ที่สวมข้อมือธรรมดา แต่เหมือนเอาสมาร์ทโฟนย่อส่วนลงไปในนั้นเลยทีดียว
ก็เพราะว่าทำได้เปลี่ยนอินเทอร์เฟส ธีม ปรับแต่งสี รวมถึงการใช้งานระบบออนไลน์ ป้อนข้อมูล เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ย่อขยายหน้าจอด้วยระบบสัมผัส รวมถึงการตรวจสอบการเต้นของหัวใจ พร้อมกับทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้ โดยที่ Apple Watch นี้ค่าเปิดตัวตั้งต้นต้นที่ 349 USD ซึ่งคาดว่าจักได้จับจองของแท้จริงกันในช่วงปี 2015 นี้
Google's Self-Driving Car จักเป็นอย่างไรต่างว่ารถยนต์ที่คุณใช้ไม่ต้องขับเอง พ่างแค่คุณนั่งหลังพวงมาลัยกับโปรแกรม รถยนต์ก็จักพาคุณไปยังจุดหมายที่ต้องการในทันที ด้วยสโลแกนที่ว่า ไม่มีคนขับ ไม่ต้องเหยียบเบรคพร้อมกับไร้ปัญหา
ซึ่งรถยนต์ไร้คนขับจากการพัฒนาของ Google นี้ ได้ถูกปรับปรุงต่อเนื่องมาด้วยกันหลายรุ่นด้วยกันอาจจะมีการนำมาใช้บนท้องถนนแคลิฟอร์เนียอีก 2 ปีข้างหน้า ภายหลังมีการร่างกฏข้อบังคับ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ถนนร่วมกัน
เพราะว่ารถยนต์ต้นแบบออกมาเป็นรถการ์ตูนน่ารัก แต่คาดว่าจักมีออกมาอีกหลายแบบในปีถัดไป ออกมาพร้อมระบบควบกำกับพวงมาลัย เบรคด้วยกันปุ่มเดินหน้า-หยุด พร้อมหน้าจอแสดงการเดินทาง ความเร็ว ในช่วงต้นนี้จะยังอยู่ที่ 25 ไมล์ต่อชั่วโมง นอกจากจะให้ความสะดวกสบายแล้ว ยังมาพร้อมความปลอดภัยอีกด้วย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับระบบออนไลน์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถในห้างหรือว่า การวางแผนตามเส้นทางอย่างเป็นระบบอีกด้วย
Oculus ระบบ VR ในยุคใหม่ ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ด้วยการนำคุณเข้าสู่โลกเสมือนครันที่ให้ทำให้ได้รับประสบการณ์อย่างน่าทึ่งทะลุทะลวงแว่น Oculus Rift เพราะในเวลานี้ Facebook เข้าลงทุนด้วยเงินกว่า 2000 ล้านเหรียญ เทคโนโลยีนี้น่าสนใจอย่างไร ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า การที่จะทำให้เราได้สื่อสารกันอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
ด้วยการเห็นรูปร่างหน้าตากับการเรียนรู้สร้างผ่านทางอุปกรณ์นี้ได้ง่ายกว่า รวมถึงการเข้าสู่โลกสามมิติอย่างเต็มตัว ไม่ว่าคุณจะหันมองไปทางใด กับในอนาคตคุณจะทำได้มองเห็นสินค้า ได้มากกว่าภาพสองมิติหรือไม่ก็วีดีโอทั่วไป
แต่จะมองเห็นการทำงานได้อย่างใกล้ชิดและแน่นอนว่า ย่อมเข้าไปสู่ในเรื่องของการเล่นเกมสามมิติและการท่องเที่ยวอีกด้วย ล่าสุดทาง British Columbia ได้นำ Oculus Rift virtual reality technology ไปใช้ในการทดสอบเพื่อนำเสนอการท่องเที่ยวในวันหยุดสร้างผ่านทาง Oculus ให้นักท่องเที่ยวออนไลน์ให้เห็นบรรยากาศทิวทัศน์ในประเทศแคนาดาในรูปแบบของ HD Go Pro ที่มีทั้งมุมมองบนอากาศ บนน้ำพร้อมด้วยการเดินป่าอีกด้วย สนนสนนราคาของอุปกรณ์เปิดฝาผนังต้นที่เกือบๆ 300-400 USD

วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557

[Tip & Trick] iPhone ว้าเหว่ ทำอย่างไร? พร้อม วิธีเที่ยวหา iPhone สูญสิ้นให้ได้ส่งกลับ

[Tip & Trick]  ทำอย่างไร? วิธีตามหา iPhone หายให้ได้คืน พร้อมแนะสิ่งที่ต้องทำ คราวใช้ iPhone
iPhone หาย ทำยังไงดี? เชื่อได้เลยว่า หลายๆ ท่านคงจักประสบพบเจอกับประโยคคำถามดังกล่าว ทั้งเจอกับตัวเอง ใช่ไหมแม้แต่เพื่อนฝูงพร้อมกับคนรอบข้าง แน่นอนครับว่า ปัญหาเรื่อง มือถือหาย เป็นเรื่องที่ศักยพบเจอได้บ่อย พร้อมทั้งมีหลากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจักเป็น ลืมทิ้งไว้, ทำหล่นหาย เหรอแม้แต่ถูกขโมยไป
ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ มักจักเกิดขึ้นจากความประมาท พร้อมทั้งไม่ได้ตั้งใจ ด้วยกันเชื่อว่าคงไม่มีใครใคร่ได้ทำ โทรศัพท์มือถือหาย กันอย่างแน่นอน บางท่านที่ทำ iPhone หาย มักจะคิดว่า ไม่ได้คืนแล้วอย่างแน่นอน แต่ในความแท้แล้ว เราเชี่ยวชาญ ติดตาม iPhone ที่หายไปคืนได้ ลอดทางแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า Find My iPhone นั่นเอง
แอปพลิเคชัน Find My iPhone มีดีอย่างไร?
Find My iPhone ถือว่า เป็นแอปพลิเคชันสำคัญ ที่ผู้ใช้ iPhone รวมไปถึง iPad จำเป็นต้องมีไว้ติดเครื่อง ซึ่งสมรรถระบุพิกัดของ iPhone ได้ ข้ามทาง GPS นั่นเอง นอกจาก Find My iPhone แล้ว ยังมี iCloud ที่ยังอาจจักเข้าถึงข้อมูลบางส่วนของ iPhone ได้ ถ้าถ้าหากมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ อย่างไรก็ดี Find My iPhone จักไม่สามารถใช้งานได้ ถ้าสมมติว่า ตัวเครื่องถูกปิดการใช้งาน, ไม่ได้มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, อยู่ในโหมด Airplane Mode พร้อมกับยังไม่ได้ทำการเปิดใช้งาน Find My iPhone ครับ
ท่านที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ อาจจะเกิดข้อสงสัยว่า ถ้าถ้าหาก iPhone ที่ถูกขโมย ถูกปิดเครื่องไปแล้ว จักเป็นได้ติดตามหา iPhone ที่หายไปได้อย่างไร แน่ๆๆ แล้วยังพอมีวิธีอยู่บ้าง ซึ่งจักกล่าวเป็นลำดับถัดไปครับ
สิ่งที่ควรปฏิบัติ หลังจากซื้อ iPhone มาใหม่ๆ
วิธีการป้องกัน ไม่ให้ผู้ที่ไม่ประสงค์ดี ล้วงข้อมูลส่วนตัวบน iPhone ไป นั่นก็คือ การตั้งรหัสเปลี่ยน 4 หลัก หรือ Passcode นั่นเอง พร้อมทั้งไม่ควรทำนูลรหัสพ้นกับใคร แม้ว่าจักเป็นบุคคลที่สนิทสนมด้วยก็ตาม อีกทั้ง ไม่ควรตั้งรหัสทะลุทะลวงตามรหัสบัตร ATM ด้วยนะครับ เพราะว่ามิเช่นนั้น นอกจากจักสูญ iPhone แล้ว อาจจะสูญเงินในบัญชีด้วยเช่นกัน
แต่เพราะบน iPhone 5S, iPhone 6 พร้อมกับ iPhone 6 Plus จักมี Touch ID หรือไม่ก็เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งควรจักเปิดใช้งานควบคู่กับ รหัส Passcode พร้อมด้วยอย่าให้คนนอก มาเพิ่มลายนิ้วมือในตัวเครื่อง
วิธีการเปิดใช้งาน Passcode
1) เข้าไปที่ Settings > Passcode
2) เลือก Turn Passcode On
3) จากนั้น ระบบจักให้ใส่รหัสสร้างผ่าน 4 หลัก ทั้งหมด 2 ครั้ง พร้อมด้วยให้ใส่เหมือนกันทั้ง 2 ครั้ง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
นอกจากการตั้งรหัสทะลวง Passcode แล้ว ให้เปิดใช้งาน Find My iPhone เป็นลำดับถัดไป เพราะว่าจักต้องใส่ Apple ID และรหัสลอด นอกจากนี้ อย่าลืมเปิด Location Services กับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยนะครับ อันนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะว่าถ้าต่างว่าปิดใช้งาน Location Services จักไม่เป็นได้ค้นหาตัวเครื่องที่หายได้เช่นกัน
กับสุดท้าย ให้จดหมายเลข IMEI ของตัวเครื่อง (วิธีการเช็คหมายเลข IMEI คลิกที่นี่) ด้วยการกด *#06# ก็จะปรากฏเลข IMEI จำนวน 15 หลัก ซึ่งเลข IMEI นี้ ทำได้นำไปตรวจสอบกับผู้ให้บริการอย่าง dtac, TrueMove H และ AIS ได้เช่นกัน
วิธีการติดตามหา iPhone ที่หาย ข้ามทาง Find My iPhone
ก่อนที่เราจักทำการค้นหา iPhone ที่หาย สร้างผ่านทางแอปพลิเคชัน Find My iPhone อันดับแรกก็คือ พยายามตั้งสติ พร้อมทั้งนึกก่อนว่า ลืม iPhone ทิ้งไว้ที่ไหนไม่ใช่หรือไม่ อย่างเช่น ร้านอาหาร, บ้านเพื่อน หรือว่าบนรถแท็กซี่ ด้วยกันลองโทรเข้าหา iPhone เครื่องที่หายไปเสียก่อน แต่ถ้าหากไม่ทำได้ติดต่อได้ ให้ทำการค้นหาข้ามทาง Find My iPhone ครับ
เข้าไปที่ icloud.com แล้วล็อกอินด้วยการใส่ Apple ID พร้อมรหัสเปลี่ยน
จากนั้น เข้าไปที่แอปพลิเคชัน Find My iPhone
โดยหน้านี้ จะเป็นลักษณะคล้ายกับแผนที่ ซึ่งจักมีการระบุตำแหน่งของ อุปกรณ์ Apple ที่เรามีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น MacBook, iPhone หรือไม่ว่า iPad นั่นเอง
นอกจากนี้ ที่มุมบนขวา จักมีเมนูย่อยๆ ให้เละบือกใช้งานอีก 3 เมนูด้วยกัน ได้แก่
• Play Sound : เมื่อกดที่ปุ่ม Play Sound อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจักเป็น iPhone ไม่ก็ iPad จะมีเสียงดังขึ้นมา แม้ว่าตัวเครื่องจักปิดเสียงไว้ก็ตาม ซึ่งวิธีนี้ สามารถใช้กับ iPhone ใช่ไหม iPad ที่หาไม่เจอ ครั้นถูกลืมทิ้งไว้ในบ้านนั่นเอง
• Lost Mode : ครั้นกดใช้งาน Lost Mode จะมีหน้าจอให้ใส่เบอร์โทรศัพท์ พร้อมทั้งข้อความ พร้อมด้วยจักทำการส่งไปยังหน้าจอ iPhone เครื่องที่เราทำหาย กับมีผู้เก็บได้ ซึ่งผู้ใช้ควรจะทำการระบุข้อมูลให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ
• Erase iPhone : ใช้ลบข้อมูลทุกอย่างที่มีอยู่ในตัวเครื่อง เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล
วิธีการติดตามหา iPhone ที่หาย กรณีเครื่องถูกปิด
นอกจาก Find My iPhone จะช่วยศักยตามหา iPhone ที่หายไปได้แล้ว เลข IMEI ถือว่า เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยตามหา iPhone ได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกรณีที่ iPhone แบตเตอรี่หมด ไม่ใช่หรือตัวเครื่องถูกปิดไปนั่นเอง
เพราะว่าเจ้าของเครื่อง จะต้องเตรียมเอกสารด้วยกันหลักฐานการเป็นเจ้าของ iPhone เครื่องที่หายไป ไม่ว่าจะเป็น ตัวกล่อง, ใบเสร็จรับเงิน รวมไปถึงเลข IMEI ที่สามารถดูได้จากข้างกล่อง พร้อมกับนำหลักฐานทั้งหมด ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ตราบใดเสร็จสิ้นแล้ว ให้นำเอกสารแจ้งความ ไปยื่นยังฝ่ายกฏหมายของผู้ให้บริการเครือข่าย ตามเครือข่ายที่เราใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น TrueMove H, dtac หรือว่า AIS เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม
และพอใดที่ iPhone ที่ถูกขโมย มีการเปิดใช้งาน จะมีข้อมูลแจ้งไปยัง ผู้ให้บริการเครือข่ายรายนั้นๆ ซึ่งระหว่างนี้ ให้เราพยายามติดต่อสอบถามทาง ผู้ให้บริการเครือข่าย บ่อยๆ เพราะถ้าต่างว่ามีการเปิดใช้งาน จักเป็นได้ค้นหาพิกัดได้ พร้อมกับนำข้อมูลเหล่านั้น ไปแจ้งยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำการติดตามเครื่องรองลงไปครับ
ถ้าสมมติยังหา iPhone ไม่เจอ ควรทำอย่างไร?
แม้ว่าจะเช็คข้อมูลทะลวงทาง Find My iPhone เหรอตรวจสอบกับทางผู้ให้บริการแล้ว แต่ก็ยังไม่เชี่ยวชาญติดตามตัวเครื่องได้ ทางที่ดี ผู้ใช้ควรจักทำการเปลี่ยนรหัสผ่านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Apple ID, บัญชีอีเมล รวมไปถึงรหัสลอดอื่นๆ อย่างเช่น Facebook, Twitter เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลทั้งหมดครับ
ทิ้งท้ายไว้กันสักเล็กน้อย เพราะด้วยผู้ใช้งาน iPhone หรือไม่ก็ iPad ควรจักเปิดใช้งาน Find My iPhone ด้วยกันตั้งรหัสข้ามตัวเครื่องเสมอ แม้ว่าบางท่านอาจจะคิดว่า เป็นคนระมัดระวังอยู่แล้ว ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางทำ iPhone หายได้ แต่อุบัติเหตุรอบรู้เกิดขึ้นได้เสมอแบบไม่คาดคิดครับ
ฉะนั้นตราบใดซื้อ iPhone มาใช้งานใหม่ อย่าลืมทำ 3 ขั้นเวลานี้ก่อนทุกครั้ง นั่นก็คือ ตั้งรหัสตัดผ่าน Passcode เข้าตัวเครื่อง, เปิดใช้งาน Find My iPhone และจดเลข IMEI เพื่อตรวจสอบ ซึ่ง 3 ขั้นช่วงนี้ ทำให้ผู้ที่ทำ iPhone หาย ทำเป็นติดตามหาเครื่องที่หาย พร้อมทั้งได้คืนมาแล้วหลายรายเลยทีเดียว
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ใช้งานโน๊ตบุ๊คให้ปึกแผ่น ปรนนิบัติรักษาแบบง่ายๆ ด้วยตัวคุณ

แปลกใจมั้ยที่บางคนหวงแหน Notebook ยิ่งกว่าสิ่งใด ชนิดที่จับก็ไม่ให้ เปิดก็ไม่ได้ เข้าใช้ก็ต้องมีรหัส นั่นก็เพราะว่าโน๊ตบุ๊คค่อนข้างอ่อนไหวกว่าพีซี ยิ่งเดี๋ยวนี้มีขนาดเล็กกับบางลง อันตรายที่เป็นภัยคุกคามก็เยอะแยะขึ้น สมมติว่าไม่ระวังให้ดีอาจสูญเสียได้ทั้งตัวเครื่องพร้อมด้วยข้อมูล ร้อยทั้งร้อยก็จะชี้แจงว่า ไม่น่าเลย แต่สมมุติว่าเราเตรียมความพร้อม มีความระมัดระวัง แม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ก็ยังพออุ่นใจได้ แต่นั่นหมายถึงว่า คุณต้องรู้จักคำว่า “เตรียมตัว” แต่จักเตรียมอย่างไรบ้างนั้น ต้องมาดูกัน
Protect
มองไว้อย่าให้คลาดสายตา : ฟังดูเหมือนเป็นลูกหลานที่บ้านอย่างไรก็ไม่รู้ ที่ว่าต้องคอยดูไว้ ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องมานั่งจ้องกันตลอด ถ้าอยู่ในบ้านก็คงต้องดูว่าลูกหลานหรือไม่สัตว์เลี้ยงภายในบ้าน เอาไว้ด้วย เพราะบางครั้งด้วยความซุกซน ก็อาจทำให้โน๊ตบุ๊คเราหล่นเสียหาย เปียกน้ำหรือว่าโดนข่วนขย้ำ ก็อาจทำให้เครื่องบอบช้ำได้ แต่ถ้าเป็นนอกบ้าน อย่างเช่นเอาไปใช้ที่ร้านอาหาร ออฟฟิศอื่น ไซต์งาน ก็คงต้องหมั่นดูเป็นพิเศษ เพราะว่าคลาดสายตาแปปเดียว โน๊ตบุ๊คเราอาจจะไปอยู่ในมือคนอื่นได้ทันที อย่างที่เราเคยเห็นกันบ่อยๆ ที่กล้องวงจรปิดจับได้ มีมือดีใช้เวลาเหมือนเสี้ยววินาทีก็ฉกไปได้แล้ว แบบนี้ต้องหมั่นสังเกต
Protect
ล็อคไว้ให้แน่นหนา : หลายคนอาจจักถามว่า ถึงขนาดต้องล็อคเลยหรือ? คำตอบคือ ถ้าจำเป็นก็ต้องทำครับ ไม่อย่างนั้น Notebook จักยังมีช่องใส่ตัวล็อคด้านข้างมาทำไมแท้จริงมั้ย ก็เพราะว่าในบางกรณีบางสถานที่ ติดตั้งตัวล็อคไว้กับโต๊ะน่าจักปลอดภัยยิ่งขึ้น เโจษจันกสายล็อคดีๆ มีรหัสสักเส้นติดตัวเอาไว้ ถึงเวลาใช้ก็แค่ต่อเข้ากับเครื่อง ก็เหมือนกับเราใช้รถ แม้อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้ป้องกันได้เต็มร้อย แต่ก็ถ่วงเวลาได้พอสมควร อย่างน้อยก็อุ่นใจ ในช่วงที่ไม่ได้อยู่ใกล้โน๊ตบุ๊คเรานั่นเอง
Protect
ตั้งพาสส์เวิร์ดให้มีประสิทธิภาพ : อันนี้เป็นสิ่งพื้นฐานที่จำเป็นต้องทำเป็นอันดับต้นๆ ก็เพราะว่าส่งผลดีในกรณีที่ไม่อยู่ที่โต๊ะหรือไม่ก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ จักได้ไม่มีใครมายุ่มย่ามกับ Notebook เรา บางครั้งไม่อาจรู้ได้ว่าจุดประสงค์ดีหรือไม่ก็หวังร้าย การเปิดเครื่องคุณกับเข้าถึงระบบต่างๆ ได้ง่าย เป็นเรื่องที่อันตรายพอสมควร การตั้งพาสเวิร์ดมีกฏง่ายๆ ไม่กี่ข้อ ตั้งด้วยอักขระไม่น้อยกว่า 8 ตัว เป็นคำผสมพยัญชนะ ตัวเลข ด้วยกันอักขระพิเศษรวมกัน ที่สำคัญคือ อย่าให้อ่านเป็นคำได้เหรอมีความหมายเท่านั้นก็พอ
Protect
ใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบอื่นเพิ่มด้วย : การใช้ระบบป้องกัน ด้วยการยืนยันตัวตนนอกเหนือจากการใช้พาสเวิร์ดในการเข้าถึง เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเข้าถึงข้อมูลถภายใน Notebook  อย่างน้อยถ้าถูกฉกโน๊ตบุ๊คไป ก็พออุ่นใจได้ว่าบรรดาธุรกรรมออนไลน์ที่คุณใช้งานอยู่จะไม่รอบรู้เปิดมาใช้ ได้ทันทีเหรอมีความเสี่ยงที่ต่ำนั่นเอง ปัจจุบันการป้องกันที่ยังพอมีให้เห็นกันอยู่ก็คือ ระบบ Fingerprint scan หรือว่าสแกนลายนิ้วมือก่อนเข้าใช้งาน ก็เป็นอีกทางเลืกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย
Protect
สำรองข้อมูลเอาไว้ สบายใจกว่า : แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าเครื่องจะหายไม่ก็เกิดสิ่งใดขึ้นก็ตาม การสำรองข้อมูลของ Notebook เอาไว้ เป็นทางเดียวที่จะช่วยให้คุณกลับมาสู่สภาพปกติได้เร็วที่สุด ก็เพราะว่าบางครั้งการที่โน๊ตบุ๊คหาย ยังไม่เสียดายเท่ากับไฟล์งานที่เก็บไว้จะทำใหม่ต้องเสียเวลาอีกมากมายไม่ใช่หรือ ไม่เหมือนเดิม รูปถ่ายความทรงจำ งานโปรเจกท์ที่กำลังเสนอเพื่อจบ สิ่งเหล่านี้มีมูลค่ามากกว่าตัวเครื่องที่เราแค่เดินไปซื้อที่ร้านมาก็ใช้ งานได้แล้ว ดังนั้น Backup Data เสียแต่วันนี้ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสอีกครั้ง
ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่คุณเก่งทำได้ทั้งหมดนี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซนต์ แต่อย่างน้อยก็ลดความเสี่ยงไปได้มากทีเดียว ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ วิจารณญาณของคุณเอง ว่าจะใส่ใจต่อโน๊ตบุ๊คของคุณมากเท่าใด
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557

หลุดสเปค Samsung Galaxy S6 จริงเดะ!!

Samsung Galaxy S6 (ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส6) - เหมือนว่าข่าวความเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy S รุ่นจากนั้นจะขยันมีข่าวหลุดออกมาให้เราได้เสพกันไม่หยุดเพราะด้วย Samsung Galaxy S6 สมาร์ทโฟนเรือธงแบบใหม่ล่าสุดจาก ซัมซุง
ล่าสุดนั้นเว็บไซต์  ได้นำเสนอข้อมูลซึ่งอ้างว่าเป็นของผลการตรวจสอบ Benchmark ของ Galaxy S6ทะลุโปรแกรมตรวจสอบยอดนิยมอย่าง AuTuTu จากภาพที่เห็นนั้นทำให้พอเดาได้ว่า ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส6(เลขรหัสรุ่น SM-G925F)
เพื่อข้อมูลเบื้องต้นนั้น Galaxy S6 จะมาพร้อมขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้วความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล, เพราะหน่วยประมวลผลจักมาพร้อมกัน 2 เช่นเดิมคือแบบ Octa-Core Exynos 7420 processor (64-bit) ไม่ใช่หรือ Snapdragon 810 Processor ขึ้นอยู่กับประเทศที่เข้าจำหน่าย
ส่วนของหน่วยประมวลผลภาพ ARM Mali-T760 GPU, ขนาดแรม RAM 3GB เด็ดที่กล้องหลังซึ่งมีความละเอียดสูงถึง 20 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลพร้อมรันบน ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop รุ่นใหม่

สำหรับข้อมูลสเปคที่หลุดออกมาในครั้งนี้นั้นสมมุติใครยังพอจำกันได้ข้อมูลที่เห็นนั้นไม่ได้แตกต่างจากข่าวลือเลื่องก่อนหน้านี้มากนัก ซึ่งมันคงไม่ว๊าวว....จนทำให้ตื่นเต้นอะไรมากนักในประเดี๋ยวนี้ ก็เพราะว่าคนส่วนใหญ่คาดหวังในเรื่องการดีไซน์มากกว่านั้นสิของจริง!!
เบื้องต้นคาดว่า Samsung Galaxy S6 (ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส6) คงมีกำหนดการวางจำหน่ายในเดือนเดียวกับ Samsung Galaxy S5 (ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส5) ต้นปีหน้าครับ